Categories
Activities

Blendata จับมือ Get On ผสานซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูง ยกระดับบริการและเทคโนโลยีด้าน Big Data ครบวงจร

       เบลนเดต้า (Blendata) บริษัท Deep Tech ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Big Data อัจฉริยะ เผย Blendata ได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับ Get On Technology ผู้เชี่ยวชาญและผู้นำด้าน IT Transformation ในระดับองค์กร ตัวแทนจำหน่าย Dell Technologies ในประเทศไทย ตั้งเป้าหมายพัฒนาบริการ เครื่องมือ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ Big Data ให้ครอบคลุมครบวงจรและทรงประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผ่านการผสานความสามารถของซอฟต์แวร์ด้าน Big Data จาก Blendata และฮาร์ดแวร์ จาก Dell Technologies พร้อมบริการจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ หนุนองค์กรธุรกิจทั้งภาครัฐและเอกชนนำ Big Data ไปใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยกระดับศักยภาพองค์กร พร้อมแข่งขันในทุกสังเวียนธุรกิจ

       นายณัฐนภัส รชตะวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เบลนเดต้า จำกัด เปิดเผยว่า หากย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน Big Data คือคำยอดฮิตที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ในระยะแรกองค์กรส่วนใหญ่ได้นำไปใช้ในแง่ของการจัดเก็บข้อมูลเป็นหลัก โดยไม่ได้มีการนำข้อมูลที่จัดเก็บไว้ไปต่อยอดในด้านอื่น ๆ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบัน Big Data ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์และไม่ใช่แค่เทคโนโลยีที่มีหน้าที่เพียงการจัดเก็บข้อมูลอีกต่อไป แต่กลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ทุกองค์กรจำเป็นต้องนำไปปรับใช้ในการวิเคราะห์หาข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ (Big data analytics) ออกมาในรูปแบบ Use case ที่วัดผลและจับต้องได้มากขึ้น อีกทั้ง Blendata ยังมองเห็นช่องว่างของตลาด Big Data ในปัจจุบัน ที่ยังขาดบริการและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์แบบ End-to-end ส่งผลให้เมื่อต้องการทำโปรเจค Big Data ที่มีการทำงานร่วมกันระหว่าง Infrastructure, Software และ Hardware นั้น องค์กรจะต้องทำการจัดซื้อเครื่องมือทั้งหมดจากผู้ให้บริการหลายแห่ง ซึ่งทำให้เกิดความซับซ้อนและข้อจำกัดในการใช้งาน

       จากที่มาดังกล่าว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรและธุรกิจ Blendata ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์และ Deep Tech ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้าน Big Data สัญชาติไทย จึงได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญกับพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งในด้าน Infrastructure และเป็นผู้นำด้าน IT Transformation อย่าง บริษัท เก็ต ออน เทคโนโลยี จำกัด หรือ Get On ตัวแทนจำหน่าย Dell Technologies ในประเทศไทย เพื่อเสริมศักยภาพการทำ Big data analytics ให้แข็งแกร่งขึ้น ด้วยการผสานการทำงานระหว่างซอฟต์แวร์จาก Blendata และฮาร์ดแวร์จาก Dell Technologies โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการให้บริการและเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับ Big Data ที่ตอบโจทย์ธุรกิจแบบครบวงจร และเพื่อให้ลูกค้าสามารถทำโปรเจค Big data ได้สำเร็จรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญด้วยบริการที่มีคุณภาพ นายณัฐนภัสกล่าว

       ด้านนายวุฒิชัย ปุณยกนก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เก็ต ออน เทคโนโลยี กล่าวว่า จากประสบการณ์การทำงานร่วมกับตัวแทนจำหน่ายและลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม พบว่าองค์กรในประเทศไทยมีความต้องการในการทำ Big data analytics มากขึ้นและต้องการตัวเลือกทางเทคโนโลยีที่หลากหลาย โดย Get On ในฐานะตัวแทนจำหน่าย Dell Technologies ซึ่งมีอุปกรณ์ด้าน Infrastructure ที่มีความพร้อมและมีโซลูชันครบวงจร โดยสามารถนำเสนอทั้งในส่วนของ Compute, Network รวมถึง Storage โดยมีความหลากหลายและเหมาะสมกับงานที่องค์กรต้องการ ตัวอย่างเช่น Power Scale ซึ่งเหมาะกับการเก็บข้อมูลประเภท Unstructured เพื่อทำ Data analytics เป็นต้น และ Dell ยังมีเครื่องมือที่ชื่อว่า CloudIQ ที่เข้ามาช่วยในการทำ Monitoring, Troubleshoot อุปกรณ์ที่เป็นของ Dell จากศูนย์กลางได้ ทำให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการอุปกรณ์ที่เป็น Dell ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

       อย่างไรก็ตาม Get On มองหาซอฟต์แวร์เข้ามาช่วยเพิ่มความสามารถด้าน Infrastructure ของ Dell Technologies จึงได้ร่วมมือกับ Blendata ซึ่งเป็น Local Partner ที่มีแพลตฟอร์มด้าน Big Data ประสิทธิภาพสูงและทันสมัย พร้อมกับมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็น Data Scientist, Data Engineer และ Data Analyst ถือเป็นการนำจุดแข็งของทั้งสองบริษัทเข้ามาช่วยยกระดับโซลูชันด้าน Big Data ให้ครอบคลุมครบวงจร เพื่อช่วยองค์กรในการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจและเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนองค์กรแบบเก่าให้เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล” นายวุฒิชัยกล่าว

       จากความร่วมมือในครั้งนี้ Blendata และ Get On ได้เปิดตัวแพ็คเกจ Big Data Starter Kits พร้อมให้บริการใน 3 แพ็กเกจหลัก ขนาด S, M และ L สำหรับจำนวนผู้ใช้งานและ Workloads ที่แตกต่างกัน ช่วยให้กลุ่มธุรกิจทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง จนถึงขนาดใหญ่ ที่มี First party data อยู่ในมือ สามารถทำ Big data analytics ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา การออกแบบโซลูชัน แพลตฟอร์ม Big Data รวมทั้งทีมงานซัพพอร์ตในประเทศ ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนจากการใช้เครื่องมือจากผู้ให้บริการหลายแห่ง ช่วยลดระยะเวลาในการวางรากฐานโปรเจค Big Data จาก 6 เดือนเหลือเพียง 2 เดือน และสามารถนำไปใช้กับ Use case ทางธุรกิจได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำ Centralized data, Business performance analysis, Operation monitoring & analysis, Customers 360, Next best offer, Real-time analytics, Root cause analysis, Anomaly detection และอื่น ๆ อีกมากมาย

 

Categories
Activities

Blendata จัดงาน Blendata Coding Star 2022 : High Performance Data Engineer

     Blendata บริษัทด้าน Deep technology ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Big data ร่วมกับบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน (มจพ.) หรือ TGGS จัดกิจกรรม Blendata coding star 2022: High performance data engineer เวทีที่คนสาย Data ไม่ควรพลาด เพราะคุณจะได้ทดสอบความสามารถผ่านกิจกรรม Training สุดพิเศษ ที่อัดแน่นไปด้วยความรู้ และการแข่งขันเพื่อค้นหาสุดยอด High performance data engineer ตัวจริง ที่สามารถโชว์ฟอร์มการประมวลผลข้อมูลได้ดีที่สุด ผ่านการแข่งขันในหัวข้อ Query processing optimization

     สำหรับงานนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้พบกับโจทย์ที่ท้าทาย มีโอกาสได้แบ่งปันประสบการณ์กับผู้ที่สนใจด้านเดียวกัน รวมถึงมีโอกาสได้พูดคุยและรับคำปรึกษาจากผู้ที่มีประสบการณ์ทั้งในด้านทฤษฎีและในด้านธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Big data รับรองว่าจะได้รับความรู้และประสบการณ์แบบจัดเต็มอย่างแน่นอน

     กิจกรรมสุดพิเศษตลอดโครงการ

     Online training

  1. Inspiring talk
  2. Online training / Online materials
    รายละเอียดเนื้อหา
    • Blendata introduction
    • High performance data engineer in business world
    • TGGS introduction
    • How program handles data access and memory hierarchy
    • Parallel programming and its paradigms
    • Query optimizationโดยวิทยากร 2 ท่าน พี่กัน ณัฐนภัส รชตะวิวรรธน์ CEO และ Co-Founder บริษัท Blendata และอาจารย์ก้อง ผศ.ดร.รัชตะ อัศวรุ่งนิรันดร์ สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ บัณฑิตวิทยาลัยนานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

     Award* (สำหรับผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขัน)

  1. เกียรติบัตรสำหรับผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเกณฑ์เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย
  2. ถ้วยรางวัล 5 รางวัล สำหรับผู้ชนะอันดับที่ 1, 2 และ 3 และอีก 2 รางวัล ได้แก่ รางวัล Highest throughput และรางวัล Lowest latency อย่างละ 1 รางวัล
  3. เงินรางวัลจาก Blendata
        • รางวัลชนะเลิศ 30,000 บาท
        • รองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 15,000 บาท
        • รองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 10,000 บาท
    เงินรางวัลจาก G-Able สำหรับรางวัลพิเศษ
        • รางวัล Highest throughput 10,000 บาท
        • รางวัล Lowest latency 10,000 บาท
  4. มีโอกาสเข้าร่วมโครงการฝึกงานหรือทำงานที่ Blendata

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เบลนเดต้า จำกัด กำหนด
*เกียรติบัตรจะได้รับเฉพาะผู้ที่เข้าแข่งขันรอบ Final ในวันที่ 10 ก.ย. เท่านั้น

     รายละเอียดการแข่งขัน

  1. แข่งขันในหัวข้อ Query processing optimization
  2. การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 รอบ โดยน้อง ๆ จะต้องเข้าร่วมกิจกรรม Online training ก่อน ซึ่งจะได้รับ Materials ทั้งหมดผ่านทางอีเมลล์ที่แจ้งไว้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. จนถึงวันที่ 1 ก.ย. หลังจากนั้นน้อง ๆ ที่สนใจร่วมการแข่งขันจะต้องทำการรวมทีมไม่เกิน 3 คน และทำการ Submit ผลงานแบบออนไลน์ผ่านลิงก์ที่ส่งให้ โดย Submit ผลงานรอบที่ 1 ได้ตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. ถึง 2 ก.ย. 2565 เพื่อคัดเลือก 10 ทีมสุดท้าย ผ่านเข้าแข่งขันรอบ Final ที่อาคาร KX ในวันที่ 10 ก.ย. 2565

     วิธีการแข่งขันและเกณฑ์การแข่งขัน (สำหรับทั้งรอบที่ 1 และรอบ Final)

  1. ทุกทีมจะได้รับ Starter code และคำอธิบายส่วนของฟังก์ชันที่ทุกทีมสามารถนำไปแก้จากใน Code ที่ได้รับ เพื่อเพิ่ม Performance ของ Query engine
  2. ภายใน Starter code จะมีตัวอย่างของ Container ที่รัน Database อยู่ รวมทั้ง Base code ที่ยังไม่มีการ Optimize ใดๆ
  3. ทุกทีมสามารถจัดการ Optimize query plan เพื่อเพิ่ม Performance 
  4. ทุกทีมจะทราบถึง Specification ของเครื่องที่มี รวมทั้งรายละเอียดเบื้องต้นของ Database และ Database workload ที่จะใช้ในการแข่งขันรอบแรก (เช่น จำนวน Read vs. Write เป็นต้น) เพื่อที่จะนำข้อมูลไปใช้ในการแก้ Code เพื่อเพิ่ม Performance
  5. ทุกทีมสามารถ Submit code กี่ครั้งก็ได้ ในการ Submit แต่ละครั้ง ระบบจะทำการ Compile และ Run บน Server เพื่อทำการวัดผลและ Update คะแนน
  6. ในการวัด Performance นั้น ระบบจะทำการวัด Statistics 2 ชนิด คือ Throughput ของ Code ที่แต่ละทีมออกแบบ และ Average latency ของ Query และระบบจะทำการให้คะแนนจาก Statistics ที่วัดได้

     ระยะเวลาการจัดกิจกรรม

  1. เปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2565 – 31 สิงหาคม 2565
  2. กิจกรรมจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 20 สิงหาคม 2565 – และสิ้นสุดในวันที่ 10 กันยายน 2565

     คุณสมบัติผู้สมัคร

  1. นักศึกษา และบุคคลทั่วไป จำกัดอายุไม่เกิน 25 ปี ที่มีสัญชาติไทย
  2. สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมการแข่งขัน สามารถเข้าร่วมได้ทั้งประเภทเดี่ยวหรือทีม ไม่เกิน 3 คน (ไม่จำเป็นต้องอยู่สถาบันเดียวกัน)

     รายละเอียดกิจกรรม

เปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2565 – 31 สิงหาคม 2565
*สมัครเข้าร่วมกิจกรรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

Categories
Activities

Blendata ผนึก TGGS ยกระดับวงการ Big Data ไทย มุ่งสร้างบุคลากรคุณภาพดันซอฟต์แวร์ประเทศสู่มาตรฐานโลก

       เบลนเดต้า ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน (มจพ.) หรือ TGGS ยกระดับการศึกษา การวิจัย และการสรรหาบุคลากร ด้านเทคโนโลยี Big Data โดย Blendata เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทดลองปฏิบัติงานจริง พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาตลอดการทำวิทยานิพนธ์ อีกทั้งยังเปิดให้เข้าทัศนศึกษาและดูงาน นอกจากนี้ยังมีการทำข้อตกลงในการทำวิจัยร่วมกัน และ Blendata ยังสนับสนุนทุนการศึกษาและทุนวิจัยรวมกว่า 6 ล้านบาท หนุนศักยภาพบุคลากรไทย เพิ่มองค์ความรู้ด้านสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ สถาปัตยกรรมระบบ การประมวลผลประสิทธิภาพสูง (HPC) การประมวลผลแบบขนาน และการบริหารจัดการข้อมูล มุ่งสร้างซอฟท์แวร์ไทยได้คุณภาพมาตรฐานสากล

       ปัจจุบัน Big Data เป็นเมกะเทรนด์ของโลก องค์กรทั่วโลกต่างมองหาเทคโนโลยีที่ช่วยในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer architecture) การประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High-performance computing) การประมวลผลแบบขนาน (Parallel computing) การบริหารจัดการข้อมูล (Data management) รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบค้นข้อมูล (Query optimization) โดยวิธีการเหล่านี้จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งในปัจจุบันส่วนใหญ่แล้วประเทศไทยยังต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ ทำให้เกิดข้อจำกัดในการใช้งาน เข้าถึงได้ยาก มีราคาสูง และเป็นเพียงผู้ใช้เท่านั้น Blendata ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาเทคโนโลยีสัญชาติไทยในด้านนี้ เล็งเห็นถึงความสำคัญและปัญหาที่เกิดขึ้น จึงมีความต้องการยกระดับการศึกษาและการวิจัย ด้านเทคโนโลยี Big Data สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ส่งเสริมบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มาร่วมกันพัฒนาซอฟท์แวร์และเทคโนโลยีฝีมือคนไทย เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานให้สามารถออกไปยืนบนตลาดโลกได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของ Blendata ที่ต้องการสร้าง Ecosystem ด้าน Big Data แบบครบวงจร ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การวางกลยุทธ์ พัฒนาความสามารถของแพลตฟอร์ม บริหารจัดการความปลอดภัยในข้อมูล บริการด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ เพื่อนำข้อมูลไปต่อยอด รวมถึงสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญสู่สายงาน Big Data เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับวงการธุรกิจ

       “Blendata ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน (มจพ.) หรือ TGGS ใน 6 ด้าน ดังนี้

       1. ร่วมมือกันส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการสรรหาบุคลากร ด้าน Big Data โดยทางมหาวิทยาลัยจะมีการจัดหาศาสตราจารย์และบุคลากรที่มีประสบการณ์ เพื่อช่วยในการทำวิจัยและให้ความรู้แก่นักศึกษา รวมทั้งทาง Blendata จะมีการจัดหาพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญเข้าไปช่วยให้ความรู้และคำแนะนำแก่นักศึกษาเช่นเดียวกัน
       2. เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทดลองปฏิบัติงานจริงที่บริษัทฯ โดยนักศึกษาจะได้ฝึกลงสนามการทำงานจริงและได้เรียนรู้ทักษะอย่างเต็มที่ โดยมีพนักงานของ Blendata คอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำ อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายการทำงานหลังจบการศึกษา ช่วยให้นักศึกษามีสถานที่ทำงานรองรับ และนำความรู้มาพัฒนาเทคโนโลยีในด้าน Big Data ร่วมกับ Blendata ต่อไป
       3. มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาตลอดการทำวิทยานิพนธ์หรือบทความวิจัย เพื่อให้นักศึกษาได้เข้าใจถึง Pain Point ในการทำ Big Data อย่างแท้จริง จากประสบการณ์ของ Blendata ซึ่งได้ร่วมงานกับธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยนักศึกษาจะได้นำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดและร่วมกันสร้างเทคโนโลยี Big Data ที่มีประสิทธิภาพ
       4. เปิดให้นักศึกษาและบุคลากรเข้าทัศนศึกษาและดูงานที่บริษัทฯ เพื่อให้นักศึกษาได้เข้าใจกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยี Big Data ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดการทำงาน รวมทั้งสามารถขอคำแนะนำจากพนักงานเบลนเดต้าที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาได้โดยตรง
       5. Blendata และ TGGS ร่วมมือกันทำวิจัย ในหัวข้อเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น Distribute file system for decoupled compute & storage architect, High performance Query engine for big data workload, Disaggregated memory และ HW-SW co-design for serverless เป็นต้น ซึ่ง Blendata ได้ให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษาและแนะนำจากพนักงานผู้เชี่ยวชาญของ Blendata สนับสนุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าลงทะเบียนตีพิมพ์งานวิจัย ค่าใช้จ่ายในกรณีนำเสนองานวิจัยในงานประชุมเชิงวิชาการและตีพิมพ์งานวิจัย รวมทั้งสนับสนุนด้านอุปกรณ์การทำงานและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอีกด้วย โดยหลังจากการทำวิจัยเสร็จสิ้น Blendata จะนำผลการวิจัยไปต่อยอดและพัฒนาเทคโนโลยี Big Data ต่อไป
       6. นับสนุนทุนการศึกษาและทุนวิจัยชั้นปริญญาโทและปริญญาเอก ให้กับคณะวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ โดยมีรายละเอียด ดังนี้  1. ปริญญาโท ทุนเต็มจำนวน 2 ทุน แบบให้บางส่วน 2 ทุน และ 2. ปริญญาเอก ทุนเต็มจำนวน 2 ทุน แบบให้บางส่วน 2 ทุน ซึ่งทุกทุนการศึกษาจะมีการสนับสนุนเงินเดือน (Stipend) จำนวน 15,000 บาท สำหรับทุนเต็มจำนวน และ 7,500 บาทสำหรับทุนแบบให้บางส่วน ซึ่งทั้งหมดนี้ยังไม่ร่วมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำวิจัย เช่น ค่าเข้าร่วมงานประชุมเชิงวิชาการหรือเวทีวิชาการต่าง ๆ ค่าเข้าร่วมนำเสนอโครงการวิจัยและตีพิมพ์ รวมทั้งค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์และค่าจ้างบุคลากรสำหรับโครงการวิจัยในหัวข้ออื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์

       จากความร่วมมือทั้งหมดนี้ Blendata และ TGGS มีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะมุ่งสร้างบุคลากรด้าน Big Data Technology ป้อนตลาด ด้วยเล็งเห็น Pain Point บุคลากรไทยยังขาดองค์ความรู้ดังกล่าว เป้าหมายเพื่อให้ซอฟท์แวร์และเทคโนโลยีไทยมีคุณภาพเทียบเท่าหรือสูงกว่ามาตรฐานสากล 

       ด้านศาสตราจารย์ ดร.นิสัย เฟื่องเวโรจน์สกุล คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน (TGGS) กล่าวว่า หลักสูตรของเรา มุ่งเน้นให้มีการเรียนการสอนแบบสหกิจศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ มหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและระบบซอฟต์แวร์ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการผลิตวิศวกรไทยให้มีความรู้ความสามารถตรงตามสาขา เน้นการวิจัยและพัฒนางานวิจัยพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ปรับปรุงกระบวนการ คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ และการนำเทคโนโลยีใหม่มาประยุกต์ใช้ ภายใต้ปรัชญา “การศึกษาขั้นสูงเพื่อเพิ่มพูนความเข้าใจและความสามารถในด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและระบบซอฟต์แวร์” 

       จากความร่วมมือกับ Blendata ทาง TGGS มีความคาดหวังและมีเป้าหมายในการสร้างบุคลากรด้านสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ สถาปัตยกรรมระบบ การประมวลผลประสิทธิภาพสูง (HPC) การประมวลผลแบบขนาน และการบริหารจัดการข้อมูล รวมทั้งต้องการสร้างเครือข่ายการทำงานหลังจบการศึกษา และสร้างโอกาสในการทดลองงานให้กับนักศึกษา นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนด้านทรัพยากรจาก Blendata ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การทำงาน และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมทั้งสนับสนุนการตีพิมพ์และนำเสนอโครงการวิจัยในงานประชุมเชิงวิชาการหรือเวทีวิชาการต่าง ๆ อีกด้วย

       นิสิตนักศึกษาและบุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถศึกษารายละเอียดเงื่อนไขและสมัครได้ที่ https://forms.gle/uDz6phuQyiHwDwVa6 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ถึง 31 ตุลาคม 2565 นี้

Categories
Activities Activities

Blendata ประกาศความสำเร็จเติบโตเท่าตัว เล็งพัฒนา AI/ML ต่อยอด Big Data เตรียมคลอดผลิตภัณฑ์ใหม่หนุนเติบโต 100% ปีนี้

       หลังจากที่ Blendata ได้เปิดตัวบริษัทฯ และแพลตฟอร์ม Blendata Enterprise เมื่อกลางปี 2564 ที่ผ่านมา ลูกค้าองค์กรตอบรับดี รายได้เติบโตกว่าเท่าตัวตามเป้าหมาย และพบลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ยังคงมีความต้องการโซลูชันเพื่อใช้งานและจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง เตรียมพัฒนาโซลูชันใหม่ Ready to use AI/ML กลั่นจากองค์ความรู้ในการให้บริการลูกค้า เล็งสร้างบริการด้าน Big Data และ AI ต่อยอดบริการ Big Data ให้มีศักยภาพตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่มากขึ้น แย้มเตรียมเปิด 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่กลางปี ไปพร้อมกับรุกตลาดหลากหลายธุรกิจ ตั้งเป้าปีนี้เติบโต 100%

       ภายหลังจาก Blendata ได้เปิดตัวบริษัทพร้อมกับการให้บริการแพลตฟอร์ม Blendata Enterprise อย่างเป็นทางการ เมื่อกลางปี 2564 ที่ผ่านมา พบว่าได้ผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าองค์กร รายได้เติบโตเท่าตัวตามเป้าหมาย ซึ่งเป็นผลมาจากแพลตฟอร์มด้าน Big Data ของ Blendata ที่ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ธุรกิจในด้านการบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างครบถ้วนและรวดเร็ว รวมถึงปัจจัยด้านการเติบโตของตลาด Big Data และ Data Driven ทำให้ลูกค้าซึ่งเป็นองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนมีความต้องการในการใช้แพลตฟอร์มเพื่อจัดการข้อมูล และเลือก Blendata เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กร

       ในปีที่ผ่านมา เป็นปีที่ Blendata ประสบความสำเร็จ ทั้งในด้านของแพลตฟอร์ม Blendata Enterprise ที่เข้าไปช่วยองค์กรนำ Big Data Tech ไปใช้งานในหลายการประยุกต์ใช้ที่นอกเหนือจากการขยายการใช้งานของกลุ่มลูกค้าเดิม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโทรคมนาคม หรือธนาคาร อาทิเช่น การขยายระบบประมวลผลและส่งปรับแต่ง Personalized campaign แบบ Real-time ของบริษัทโทรคมนาคมรายหนึ่ง ที่มีการขยายตัวของระบบที่ค่อนข้างมากกว่าเจ็ดเท่าตัว หรือการนำเทคโนโลยี Big Data เข้าไปช่วยติดตามหนี้สินแล้วนั้น เรายังได้ขยายการให้บริการไปยังกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายธุรกิจยิ่งขึ้น เช่น การไปทำระบบ Data automation และเป็น Data infrastructure ให้กับ Manufacturing ขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันให้กับองค์กร นอกจากนี้ยังให้บริการในด้าน Data analytics platform ให้กับธุรกิจกลุ่มโรงพยาบาล เพื่อการนำข้อมูลของโรงพยาบาลทั้งกรุ๊ปมาจัดเก็บ และใช้ในการวิเคราะห์ นอกจากการขยายของกลุ่มลูกค้าแล้ว ยังมีการผนึกกำลังกับพาร์ทเนอร์อย่าง AIS Business อย่างเป็นทางการ ในการร่วมกันพัฒนา Big data as a service ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Big Data บนระบบ AIS Cloud เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถติดตั้งระบบจัดการข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจในความปลอดภัยสูง ทำให้องค์กรในทุกขนาดสามารถนำเทคโนโลยี Big Data มาใช้ได้รวดเร็วและง่ายขึ้น โดยในปีนี้ยังมีแผนจับมือพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจเพิ่มอีกเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ

       นอกเหนือจากการประยุกต์ใช้ด้านธุรกิจ อีกหนึ่งกรณีในปี 2564 ซึ่งถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของเราคือการที่ได้ช่วยเหลือลูกค้าของเรารายหนึ่ง โดยการนำเทคโนโลยี Big Data และ AI/ML ไปช่วยในการตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติทางด้านไซเบอร์ ซึ่งทำให้ Blendata สามารถตรวจสอบเคสทางด้านไซเบอร์ที่เป็นกระแสช่วงที่ผ่านมาอย่าง Ransomware เพื่อหาเส้นทางการโจมตีของแฮคเกอร์จากระบบทั้งบริษัทได้ภายในเวลาไม่กี่วัน ซึ่งช่วยทำให้องค์กรสามารถยับยั้งความเสียหายและอุดรูรั่วของบริษัทได้อย่างรวดเร็ว
      สำหรับทิศทางในปี 2565 นี้ Blendata มีเป้าหมายในการเติบโตมากกว่า 100% โดยการพัฒนา Ready to use AI/ML โซลูชันตามแต่ละกลุ่มธุรกิจพร้อมใช้งาน เป็นโซลูชันที่ Blendata พัฒนาขึ้นมาจากการรวบรวมองค์ความรู้ที่ได้จากการเข้าไปร่วมพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูล ทำให้สามารถช่วยยกระดับการใช้ข้อมูลขององค์กร รวมทั้งมีการพัฒนาและปรับปรุงแพลตฟอร์ม ให้มีประสิทธิภาพและเพิ่มขีดความสามารถที่มากขึ้น ใช้งานได้ง่ายขึ้นอีก พร้อมทั้งช่วยลดภาระงานและลดเวลาของทีม Technical จากการใช้งานแพลตฟอร์มที่ง่ายและรวดเร็วขึ้น รวมถึงองค์กรสามารถใช้งานได้หลากหลายโปรเจคขึ้นผ่านรูปแบบจ่ายเมื่อใช้ (Pay-per-use) อีกทั้งยังเตรียมการสร้างบริการด้าน Big Data และ AI แบบครบวงจร โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษา, ผู้ให้บริการด้าน Hardware, ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอื่น ๆ รวมไปถึงสถาบันการศึกษาและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่ จากความต้องการจริงขององค์กรขนาดใหญ่ในประเทศไทย และได้เตรียมเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่จะตอบสนองความต้องการด้าน Big Data ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในกลางปีนี้

Categories
Activities

Blendata ปฎิวัติการเก็บข้อมูลถาวร ด้วยโซลูชัน Data Archiving สืบค้นได้ วิเคราะห์เร็ว พร้อมต่อยอดการทำ Big Data

       Blendata (เบลนเดต้า) รุกปฏิวัติการทำ Data Archiving ​​จากรูปแบบเดิมที่เป็นเพียงการเก็บข้อมูล ให้สามารถสืบค้นข้อมูลได้ทันทีและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว พร้อมนำไปต่อยอดในการทำ Data Warehouse และ Data Lake ​​เพื่อประโยชน์ของธุรกิจได้ ตอบรับเทรนด์องค์กรต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven)

       ปัจจุบันองค์กรธุรกิจมีความตื่นตัวเป็นอย่างมากในการนำข้อมูลมาใช้เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งถ้าหากใครมีข้อมูลจำนวนมหาศาลก็ยิ่งสร้างความได้เปรียบ ดังนั้นองค์กรจึงมีความพยายามที่จะนำข้อมูลที่แม้จะเป็นข้อมูลเก่าที่ถูกเก็บไว้ มาใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่กลับประสบปัญหาและข้อจำกัด เนื่องจากข้อมูลมีจำนวนมาก การบริหารจัดการก็ทำได้ยากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลเก่า เช่น ประวัติการทำธุรกรรม และข้อมูลการใช้งานต่าง ๆ ที่มักถูกเก็บไว้โดยวิธี Data Archive แบบเก็บลงเทป เพื่อลดต้นทุนในการจัดเก็บ แต่ต้องแลกมากับความยุ่งยากและใช้เวลาอย่างมาก หากต้องการนำข้อมูลมาใช้งาน ซึ่งหากไม่ทำการ Restore ข้อมูลก่อนก็จะไม่สามารถใช้งานได้ อีกทั้งการทำ Data Archive แบบทั่วไปมักมีข้อจำกัดสำหรับรูปแบบไฟล์และเวอร์ชันที่ยึดติดกับยี่ห้อและระบบที่ให้บริการ ซึ่งถ้าหากมีการใช้งานการเก็บข้อมูลหลายยี่ห้อและหลายระบบ ก็จะส่งผลให้ยากต่อการนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้งานร่วมกัน

       Blendata ได้ปฏิวัติการทำ Data Archiving ด้วยโซลูชันรูปแบบใหม่ บนแพลตฟอร์ม Blendata Enterprise ที่ผสานการทำงานร่วมกันระหว่างระบบจัดเก็บข้อมูลแบบถาวร (Archiving) และพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เข้าด้วยกัน เพื่อมุ่งแก้ปัญหาและตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ โดยโซลูชัน Data Archiving บน Blendata Enterprise มีจุดเด่นในการทำงาน ดังนี้ 1. สามารถสืบค้นและสามารถนำข้อมูลไปใช้งานได้รวดเร็วและทันที โดยไม่ต้องทำการ Restore ข้อมูลก่อน ทั้งยังประหยัดพื้นที่จัดเก็บ ด้วยเทคโนโลยีการบีบอัดไฟล์ให้เล็กลงถึง 2-15 เท่า 2. ระบบการบริหารจัดการข้อมูลที่ใช้งานง่าย สามารถรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายแหล่งได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น Database, Flat Files และ Logs อีกทั้งด้วยสถาปัตยกรรมแบบแยกหน่วยประมวลผลและหน่วยจัดเก็บข้อมูล (Decoupling Compute & Storage) จึงทำให้สามารถเลือกใช้หน่วยจัดเก็บข้อมูลที่มีอยู่หรือจากผู้ผลิตชั้นนำและยืดขยายได้อย่างอิสระ 3. ระบบการจัดเก็บข้อมูลแบบยืดหยุ่น ที่ไม่ได้ผูกกรรมสิทธิ์การให้บริการไว้เฉพาะที่ Blendata แต่เป็นการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบเปิด Open Formats ทำให้ผู้ใช้งานสามารถกู้คืนข้อมูลเดิม เจาะจงเนื้อหาได้ถึงระดับ Row สามารถโยกย้ายหรือปรับเปลี่ยนข้อมูลได้ตลอดเวลา ไม่ยึดติดกับแพลตฟอร์มใด และ 4. สามารถต่อยอดพัฒนาเป็น Data Warehouse หรือ Data Lake ได้ทันที สะดวกต่อการนำข้อมูลที่ถูกทิ้งร้างไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจในด้านอื่น ๆ ได้อย่างครอบคลุม

      โซลูชัน Data Archiving ของเราถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าแค่การเก็บข้อมูล แต่พร้อมต่อยอดสำหรับการทำ Big Data ตอบรับธุรกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven) พร้อมระบบที่ออกแบบให้มีการเข้าถึงข้อมูลอย่างปลอดภัยและรัดกุมสูงสุด ด้วยการกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลตามความเหมาะสมของผู้ใช้งาน ทั้งยังสามารถตอบโจทย์ระเบียบข้อกำหนด พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่กำหนดให้ภาคธุรกิจต้องดูแลความปลอดภัยและความมั่นคงของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภคอย่างรัดกุม โซลูชัน Data Archiving ตอบโจทย์ธุรกิจ ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรมในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล อาทิ ธุรกิจธนาคาร ประกันภัย โทรคมนาคม รีเทล อีคอมเมิรซ์  ขนส่งและโลจิสติกส์

Categories
Activities

Blendata ผนึก AIS 5G เปิดบริการแพลตฟอร์ม Big Data อัจฉริยะ AIS Big Data as a Service บนระบบ Cloud ชูลดเวลา ประหยัดต้นทุน ปลอดภัยสูง

       Blendata จับมือ AIS Business Cloud ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐาน Cloud Service Provider อันดับ 1 ด้านบริการครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย พัฒนา AIS Big Data as a Service แพลตฟอร์มบริหารจัดการ Big Data บนระบบ AIS Cloud เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถติดตั้งระบบอย่างรวดเร็วและมั่นใจในความปลอดภัยสูง ด้วยการออกแบบเครื่องมือและแพคเกจที่เหมาะสมสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ขนาดกลาง เพื่อให้สามารถประมวลผล และนำข้อมูลมาใช้งานได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น ช่วยลดต้นทุน และลดเวลาในการจัดทำระบบ เพิ่มศักยภาพธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้พร้อมแข่งขันในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่ต้องแข่งกับเวลา

       Blendata ได้ร่วมมือกับ AIS Business Cloud ผู้นำทางด้าน Cloud Infrastructure as a Service หรือ IaaS ที่มีความปลอดภัยสูงในประเทศไทย ด้วยบริการที่ครอบคลุมทุกภูมิภาคในประเทศของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS โดยนำผลิตภัณฑ์ Blendata – Enterprise ร่วมสร้าง AIS Big Data as a Service แพลตฟอร์มวิเคราะห์ Big Data บนคลาวด์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มภายใต้เทคโนโลยี VMWare ผู้ช่วยทำให้องค์กรสามารถบริหารจัดการ Big Data ได้อย่างรวดเร็วและมีความปลอดภัยสูงสุด ช่วยลดความซับซ้อนและลดต้นทุนได้ถึง 2 ใน 3 จากเดิม และยังช่วยลดเวลาการทำงานลงได้ 3 เท่า ช่วยสร้างประสิทธิภาพในการนำ “ข้อมูล” มาใช้วางแผนธุรกิจให้เติบโต มีผลการดำเนินงานที่ดีในภาวะการแข่งขันที่ดุเดือดและรวดเร็ว โดยได้ออกแบบรูปแบบค่าบริการที่ยืดหยุ่น เหมาะสมกับขนาดของธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง เพื่อให้แต่ละองค์กรสามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม และในอนาคตอาจจะพัฒนาบริการพร้อมออกแบบค่าบริการเพื่อให้ธุรกิจขนาดย่อมสามารถเข้าถึงได้อีกด้วย

       ทั้งนี้ แพลตฟอร์ม AIS Big Data as a Service ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบสนองเทรนด์ของเทคโนโลยีและมุ่งขานรับความต้องการของกลุ่มลูกค้า Enterprise ของ AIS ที่มีการเก็บข้อมูลไว้จำนวนมหาศาลและมีข้อมูลเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในแต่ละวัน แต่ยังขาดเครื่องมือช่วยบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ สอดคล้องกับแผนดำเนินงานของ Blendata ในการมุ่งขยายตลาด พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยภาพรวมธุรกิจปัจจุบันอยู่ท่ามกลางยุคการปรับตัว และการแข่งขันที่เข้มข้น เร่งให้หลายองค์กรเปิดเกมรุกพัฒนาธุรกิจ ด้วยการหยิบข้อมูลมหาศาลมาวิเคราะห์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนองค์กร ตัวอย่างเช่น การเร่งปฏิวัติการจัดเก็บข้อมูลถาวร (Data Archiving) เพื่อให้ค้นหาข้อมูลมหาศาลย้อนหลัง 10 ปี ได้ในไม่กี่วินาที จึงเป็นเรื่องที่หากองค์กรใดสามารถบริหารจัดการได้ก่อน ถือเป็นข้อได้เปรียบ ซึ่งรายงานของการ์ทเนอร์ ชี้ว่า Composable Data and Analytics นั้นเป็นเทรนด์ที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งในปี 2021 และถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เข้าสู่การทำ Digital Transformation

      “การจับมือระหว่างแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Big Data สำเร็จรูป กับผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีบริการครอบคลุมและมีความปลอดภัยมากที่สุดนั้น ก็เพื่อมุ่งพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูล เป็นตัวกลางสำคัญในการกำจัดความยุ่งยากที่เกิดขึ้นระหว่างข้อมูลที่ซับซ้อนกับผู้ใช้งาน (End-User) ผ่าน 4 กระบวนการ ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล (Integrate) การจัดการข้อมูล (Manage) การประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูล (Process) และการนำข้อมูลไปใช้ (Utilize) โดยถูกรวมไว้ในแพลตฟอร์มเดียวที่ง่าย มีความสะดวกรวดเร็ว บนต้นทุนที่ต่ำกว่า และช่วยให้ผู้ใช้งานบริหารจัดการข้อมูลได้ง่ายขึ้น” 

       ท่ามกลางการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น เป็นตัวเร่งให้องค์กรเกิดความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ส่งผลให้องค์กรมองหาโมเดลธุรกิจ หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาเป็นเครื่องมือช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ แต่หลายองค์กรกลับประสบปัญหา (Pain Point) ในขั้นตอนการวางระบบ (Implement) ที่ต้องใช้ระยะเวลานานและมีต้นทุนสูงด้านบุคลากร การจัดซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ บวกกับขั้นตอนที่ซับซ้อน ส่งผลให้โครงการหยุดชะงัก ลดโอกาสทางการแข่งขันของธุรกิจ การร่วมมือกันพัฒนาแพลตฟอร์ม AIS Big Data as a Service ช่วยแก้ Pain Point ขององค์กรด้วยขั้นตอนการติดตั้งแบบ All-in-one ที่รวดเร็วขึ้น ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสัปดาห์ในการจัดเตรียมระบบให้พร้อมใช้งาน ช่วยลดต้นทุนการวางระบบลงได้อีกหลายเท่าตัว รวมทั้งตัวแพลตฟอร์มยังสามารถใช้งานได้ง่าย โดยบุคลากรเดิมในแผนกที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ด แพลตฟอร์มดังกล่าวเข้ามาเสริมทัพจุดแข็ง AIS Business Cloud ในการนำเสนอแพลตฟอร์มตัวช่วยให้องค์กรต่าง ๆ มีทางเลือกในการนำเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพบนเครือข่ายคลาวด์ขนาดใหญ่ที่มีความปลอดภัยในประเทศ มาใช้ในการบริหารธุรกิจให้เติบโต แข่งขันได้ในต้นทุนที่เหมาะสม นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งและมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศต่อไป

       ซึ่งการขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทยให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคนั้น จำเป็นต้องใช้แพลตฟอร์มบริหารจัดการข้อมูลอัจฉริยะ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งาน หรือบุคลากรในแต่ละส่วนงานขององค์กรธุรกิจที่มีความจำเป็นในการใช้ข้อมูล สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจและการวางแผนธุรกิจจากการนำ Big Data มาใช้ได้มากยิ่งขึ้น

 

Categories
Activities

Blendata Enterprise แพลตฟอร์มบริหารจัดการ Big Data แบบครบวงจร ช่วยธุรกิจและองค์กรให้สามารถใช้ประโยชน์จาก ‘Big Data’ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

       เมื่อทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคม Super Smart ในยุค 5.0 ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมจะถูกท้าทายด้วยสมรภูมิการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บวกกับวิกฤตโควิด-19 ที่เป็นตัวเร่งให้ภาคธุรกิจต้องตั้งรับและปรับตัวอย่างเร่งด่วน “ข้อมูล” คือ “หัวใจ” สำคัญ ในการสร้างศักยภาพด้านการแข่งขันและฟื้นธุรกิจ โดยธุรกิจชั้นนำในไทยมากกว่าครึ่ง เริ่มใช้ Big Data แล้ว แต่พบว่ามีธุรกิจเพียง 19% ที่ใช้ Big Data สำเร็จ Blendata พัฒนาแพลตฟอร์ม “Blendata Enterprise” ช่วยบริหารจัดการ Big Data แบบ All-in-one ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่าง ‘ข้อมูลมหาศาล’ กับ ‘ผู้ใช้งาน’ เปลี่ยนวิธีการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนให้สะดวกและง่ายขึ้น ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่รวบรวม จัดการ ประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูล จนถึงการนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ เพื่อสร้างมูลค่าแก่ธุรกิจ ช่วยให้องค์กรบริหารจัดการข้อมูลได้รวดเร็วขึ้นถึง 3 เท่า พร้อมลดต้นทุนได้ถึง 2 ใน 3

       เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุค Super Smart หรือยุค 5.0 ซึ่งเป็นยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อมนุษย์ การเชื่อมโยง ติดต่อสื่อสาร และการทำธุรกรรมต่าง ๆ สามารถทำได้จากทั่วทุกมุมโลก เพียงผ่านปลายนิ้วหรือแค่การสั่งงานด้วยเสียง ก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ มากมาย ที่ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุคที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ทุกคนหันมาใช้เทคโนโลยีมากยิ่งขึ้นและกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิต ซึ่งไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชนต่างก็ให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ และเพื่อตอบรับต่อความต้องการใหม่ ๆ และเร่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับอนาคต สิ่งจำเป็นต่อการพัฒนานี้ก็คือ ‘ดาต้า’ ทุกองค์กรจึงมีการจัดเก็บ ‘ดาต้า’ มากขึ้น และเนื่องจากมี ‘ดาต้า’ เกิดขึ้นใหม่ในทุกวัน ทุกเวลา การจัดการ ‘ดาต้า’ จึงกลายเป็นงานที่ท้าทายของหลายหน่วยงาน ที่จะทำอย่างไรให้ ‘ดาต้า’ กลายเป็น ‘บิ๊กดาต้า’ และสามารถใช้ประโยชน์จาก ‘บิ๊กดาต้า’ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

       Blendata ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม “Blendata Enterprise” ตอบโจทย์การใช้งานแบบ All-in-one ช่วยให้การจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่าย ให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้แม้ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที เป็นแพลตฟอร์มระบบเปิดที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลมหาศาลและนำข้อมูลมาใช้งานได้จากหลากหลายแหล่ง พร้อมตอบสนองด้านความปลอดภัยในข้อมูลขององค์กรด้วยฟังก์ชั่นจัดการการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน รวมถึงมีเทคโนโลยีที่ช่วยในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว เปลี่ยนข้อมูลมหาศาลที่ยุ่งเหยิง ให้กลายเป็นชุดข้อมูลที่สะอาดและพร้อมใช้งาน ครอบคลุมจนถึงการนำข้อมูลไปใช้ต่อยอดทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งสามารถส่งออกผลลัพธ์ที่ได้ไปยังระบบอื่นได้อย่างง่ายดายผ่าน API ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถทำได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดหรือเขียนโค้ดก็ได้หากต้องการประมวลผลข้อมูลที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ทำให้ Blendata ช่วยลดการลงทุนด้านบุคลากร ด้านทรัพยากรคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และระบบการบำรุงรักษา ด้วยการรวบรวมทุกฟังก์ชั่นในการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่มาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว พร้อมทั้งช่วยลดเวลาและความซับซ้อนในการรวบรวมข้อมูล ประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น 270% หรือ 3 เท่า และประหยัดต้นทุนได้ถึง 2 ใน 3 หรือ 160%

       Blendata Enterprise มาพร้อมฟังก์ชั่นมากมาย เพื่อบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ครบทุกขั้นตอนในแพลตฟอร์มเดียว ครอบคลุมทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็น

  • การรวบรวมข้อมูลมาไว้ในที่เดียวกันและการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ ด้วยฟังก์ชั่น Import Data ที่สามารถเชื่อมต่อและรวบรวมข้อมูลได้จากหลายแหล่ง (Replicate or Virtualize) ทั้งจาก Databases, Flat files, Logs, และ Cloud Storages พร้อมรองรับฐานข้อมูลที่เป็นที่รู้จักมากมาย เช่น Oracle, mySQL, Amazon S3 และอื่น ๆ ซึ่งสามารถทำได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด พร้อมบริหารจัดการข้อมูลที่นำเข้ามาผ่านฟังก์ชั่น Data Catalog ที่สามารถจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบผ่านการแท็ก (Tag) จำแนก (Classify) และจัดหมวดหมู่ (Categorize) เพื่อให้ง่ายต่อการนำข้อมูลไปใช้ต่อ รวมถึงสามารถกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานในองค์กร เพื่อตอบสนองด้านความปลอดภัย

  • การประมวลผลข้อมูลมหาศาลจากหลายแหล่งร่วมกัน สามารถจัดเตรียมข้อมูลและเชื่อมโยงข้อมูลข้ามแพลตฟอร์มจากหลายแหล่ง หรือ Filter ข้อมูลจากชุดข้อมูล เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำไปสร้างเป็นข้อมูลชุดใหม่ หรือสร้างเป็น Visualization ได้อย่างง่ายดาย ด้วยฟังก์ชั่น Data Preparation

  • การค้นหาข้อมูลและการนำข้อมูลไปใช้ สามารถค้นหาข้อมูลมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว โดยการใช้ฟังก์ชั่น Simple Query ที่สามารถค้นหาหรือคัดกรองข้อมูลได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด หรือสำหรับผู้เชี่ยวชาญที่ต้องการค้นหาข้อมูลในขั้นแอดวานซ์ก็สามารถเลือกใช้คำสั่ง SQL ได้ผ่านฟังก์ชั่น Data Exploration

  • การนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้และต่อยอดในรูปแบบต่าง ๆ สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และแสดงผลออกมาเป็นแผนภาพ Visualization หรือ Charts ผ่านฟังก์ชั่น Visualization ด้วยระบบการใช้งานแบบคลิก Drag and drop โดยมีเครื่องมือที่สามารถปรับแต่งข้อมูลและเลือกรูปแบบการนำเสนอได้อย่างหลากหลาย มาพร้อมฟังก์ ชั่น Project Management สำหรับรวบรวม Visualization มานำเสนอในรูปแบบ Dashboard โดยสามารถตั้งค่าการนำเสนอได้อิสระแบบ Drag and drop รวมถึงกำหนดสิทธิการเข้าถึงรายบุคคล หรือรายกลุ่ม เพื่อแชร์การใช้งานข้อมูลให้กับคนในองค์กรได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

       เรามุ่งมั่นพัฒนา Blendata Enterprise ให้เป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการข้อมูลอัจฉริยะ ที่เป็นทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญในการกำจัดความยุ่งยากที่เกิดขึ้นระหว่างข้อมูลที่ซับซ้อนกับผู้ใช้งาน (End-User) ผ่าน 4 กระบวนการ ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล (Integrate) การจัดการข้อมูล (Manage) การประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูล (Process) และการนำข้อมูลไปใช้ (Utilize) ซึ่งถูกรวมไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ส่งผลให้ผู้ใช้งาน (End-User) หรือบุคลากรในแต่ละส่วนงานที่มีความจำเป็นในการใช้ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น แผนกการตลาด แผนกการขาย แผนกไอทีและเทคนิค (operation & technical) และอื่น ๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยากและลดภาระงานที่ซ้ำซ้อนของแผนกไอที พร้อมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจและการวางแผนธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น




Categories
Activities

เปิดตัว Blendata แพลตฟอร์ม Big Data เจนฯใหม่ ตอบสนองทุกความต้องการของธุรกิจ ให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายกว่า ครั้งแรกในประเทศไทย

Blendata แพลตฟอร์มจัดการ Big Data อัจฉริยะครบวงจรตั้งเป้าเติบโต 100% พร้อมรุกตีตลาดเอเปกใน 5 ปี

       Blendata (เบลนเดต้า) บริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม บริหารจัดการ Big Data อัจฉริยะ ในกลุ่มบริษัทจีเอเบิล เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้นแม้ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data ทั้งยังช่วยธุรกิจทำงานได้รวดเร็วขึ้น 3 เท่า และลดต้นทุนได้ถึง 2 ใน 3 ด้วยแพลตฟอร์มบริหารจัด Big Data แบบครบวงจร ตอบสนองเทรนด์ใหม่ธุรกิจต้องขับเคลื่อนโดยข้อมูล ตั้งเป้าเติบโต 100%  ในปี 2564 พร้อมปักธงบุกตลาดเอเปกในอีก 5 ปีจากนี้

       ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทจีเอเบิล เปิดเผยว่า เราอยู่ในยุคที่ธุรกิจกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทำให้ Bigdata ในตลาดโลกถูกคาดการณ์ที่จะโตถึง 230,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7 ล้านล้านบาท ภายในปี 2025 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ covid-19 ในปัจจุบันที่เป็นตัวเร่งความสำคัญของการใช้ Big Data ในการดำเนินธุรกิจ 

       ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่องค์กรจะต้องเร่งพัฒนาองค์กร ให้ทุกการตัดสินใจและการทำงานต้องใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์และการตัดสินใจมากขึ้น ที่ไม่ไช่เฉพาะฝ่ายบริหาร แต่จะเป็นทุกฝ่ายในองค์กร อย่างไรก็ตาม การผลักดันให้พนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลได้ด้วยตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยังคงต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและเครื่องมือมากมายในการบริหารจัดการ

       กลุ่มบริษัทจีเอเบิล ในฐานะผู้นำในการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลโซลูชันอย่างครบวงจร ที่มีประสบการณ์มากกว่า 32 ปี  และมุ่งมั่นที่จะช่วยทรานส์ฟอร์มธุรกิจต่าง ๆ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจของลูกค้าให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ได้มองเห็นโลกปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีกลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมทั้งเข้ามาเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของผู้คนอย่างมาก ส่งผลให้องค์กรธุรกิจ และทุกภาคส่วนต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อเอาชนะความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ พร้อมเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา และสร้างนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจร่วมกัน  ซึ่ง Big Data คือ เครื่องมือ สำคัญในการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืน จีเอเบิล จึงมองหาโซลูชันที่สามารถบริหารจัดการและใช้ประโยชน์จาก Big Data  ได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และไม่ซับซ้อน แบบที่บุคลากรทุกคนในองค์กรสามารถใช้งานได้ เพื่อช่วยให้ธุรกิจมีผลการดำเนินงานที่ดีและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

        “Blendata เป็นบริษัทคนรุ่นใหม่ภายใต้การผลักดันของจีเอเบิล ที่ไม่ได้เกิดจากความคิดผู้บริหารแต่เกิดจากความคิดและความตั้งใจของพนักงานของจีเอเบิลที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Big Data ที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบ All-in-one ครบวงจร เป็นแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนวิธีการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนให้สะดวกและง่ายขึ้น แม้แต่ผู้ที่ไม่ได้มีความเชียวชาญด้าน IT ช่วยให้การบริหารจัดการข้อมูล Big Data กลายเป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อน ด้วยระบบที่ถูกออกแบบให้มีฟังก์ชันที่จำเป็นต่อการบริหารจัดการข้อมูลอยู่ในแพลตฟอร์มเดียวอย่างครบถ้วน ง่ายกับการใช้งาน ทำให้ธุรกิจและองค์กรสามารถก้าวเข้าสู่ยุคของการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven) ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมตอบรับโอกาสใหม่ ๆ และก้าวข้ามขีดจำกัดแบบเดิม ๆ ในที่ยุคธุรกิจต้องขับเคลื่อนโดยข้อมูล” ดร.ชัยยุทธ กล่าว

       นายณัฐนภัส รชตะวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เบลนเดต้า จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยต้องเผชิญ 3 อุปสรรคหลักในขับเคลื่อนองค์กรด้วย Big Data ให้ประสบผลสำเร็จ ได้แก่

       1. การรวบรวมข้อมูลจำนวนมหาศาลจากหลายแหล่งอย่างมีประสิทธิภาพ

       2. ความซับซ้อนของการจัดการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล

       3. ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ Big data ไม่ว่าจะเป็น Software, Hardware และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ ซึ่งยังคงมีน้อยในประเทศไทย ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูง

       ดังนั้น Blendata จึงมีแนวคิดเริ่มต้นในการพัฒนาแพลตฟอร์มที่สามารถแก้ปัญหาในการทำงานดังกล่าว พร้อมทั้งช่วยองค์กร ในการมองหา “โอกาส” ที่ซ่อนอยู่ใน “ข้อมูล” เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากที่สุด จนนำมาสู่การพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับจัดการ Big data แบบครบวงจรและง่ายต่อการใช้งาน แม้แต่ผู้ที่ไม่มีความรู้ในการเขียนโค้ดก็สามารถใช้ได้ ตอบโจทย์ Pain points 3 ประการข้างต้นได้ทั้งหมด

       ทั้งนี้ จุดเด่นของ Blendata การเป็นแพลตฟอร์มที่ครบวงจร คือ 

  1. ลดเวลาและความซับซ้อน ในการรวบรวมข้อมูลในองค์กร บริหารจัดการ ประมวลผลข้อมูล และนำข้อมูลไปใช้ เช่น การสร้างแดชบอร์ดแสดงผลภาพรวม ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเขียนโค้ด
  2. เชื่อมต่อข้อมูลมหาศาลในองค์กรและนำมาใช้งานได้จากหลากหลายแหล่ง ทั้งจาก Databases, Flat files, Log, และ Cloud Storages
  3. ประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แม้เป็นข้อมูลจำนวนมหาศาล ด้วยเทคโนโลยีการประมวลผลในหน่วยความจำแบบคู่ขนาน
  4. แพลตฟอร์มแบบเปิด เก็บข้อมูลในรูปแบบ Open formats พร้อม API ที่สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอื่นได้ ไม่เฉพาะกับ Blendata
  5. ทำงานอิสระในทุก Environment เช่น Bare metal, Virtual Machine, Hyper-converged หรือแม้กระทั่งทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีอยู่แล้ว เช่น Hadoop ecosystem
  6. ลดการลงทุนทางด้านบุคลากร ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และการบำรุงรักษา ด้วยการรวบรวมทุกฟังก์ชันในการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่มาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

        โดยปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่เริ่มให้บริการแล้วคือ แพลตฟอร์ม “Blendata Enterprise” จับกลุ่มเป้าหมายองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งนี้ มีแผนในการเพิ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ Big Data เพื่อขยายการบริการให้ครอบคลุม และตอบความต้องการไปยังธุรกิจขนาดกลาง ภายในปีนี้

       แพลตฟอร์ม“Blendata Enterprise” ของ Blendata สามารถช่วยให้จัดการข้อมูลที่ซับซ้อนได้เร็วขึ้น 270% และช่วยประหยัดต้นทุนได้ถึง 160% ปัจจุบันมีลูกค้าจากบริษัทชั้นนำกว่าจำนวน 15 ราย จาก 11 อุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมโทรคมนาคม  อุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร และอุตสาหกรรมบริการ เป็นต้น  นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2559 ที่เริ่มก่อตั้ง ธุรกิจสามารถเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 50% ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้ในปี 2563 Blendata เติบโตถึง 7 เท่าของรายได้ในปีแรก และในปี 2564 นี้ตั้งเป้าหมายเติบโต 100 % ต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 3 ปี นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายตลาดไปยังประเทศกลุ่มเอเปกภายใน  5 ปี” นายณัฐนภัส กล่าว

We use cookie to give you the best online experience Please let us know if you agree to all of these cookie.

©2021 Blendata. All right reserved.